เทคนิคสุขภาพดี “กิน-ดื่ม-ขยับ-ปรับอารมณ์”

คนเราจะมีสุขภาพที่ดีได้ มีปัจจัยสำคัญง่ายๆอยู่เพียง 5 อย่าง ที่ประกอบเป็นฐานราก คือ “กิน-นอน-ทำงาน-พักผ่อน-ออกกำลังกาย” แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบของผู้คนในปัจจุบัน ทำให้หลายคนมองข้ามและไม่เห็นความสำคัญของสุขภาพร่างกาย จึงปล่อยปละละเลยจนเกิดอาการเจ็บป่วยตามมา”

“ดูแลตัวเองด้วยคำเล็กๆ” ด้วยเทคนิค “กิน-ดื่ม-ขยับ-ปรับอารมณ์” เพื่อให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองและครอบครัวได้ง่ายๆ ทุกวัน แต่กลับได้ผลดีอย่างคาดไม่ถึง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง และทำอย่างต่อเนื่องจนเกิดการเปลี่ยนแปลงสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว

การดูแลตัวเองด้วยคำเล็กๆ กับเทคนิคสุขภาพ “กิน-ดื่ม-ขยับ-ปรับอารมณ์” สามารถเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาวได้ หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการ “กิน” โดยการปรับเมนูอาหารในแต่ละมื้อให้มีประโยชน์เพิ่มขึ้นทุกคำ เริ่มจากการกินอาหารเช้าให้มีปริมาณมากกว่ามื้ออื่น เพราะอาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดในแต่ละวัน เป็นพลังงานสำคัญต่อการทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย อีกทั้งการกินอาหารเช้ายังมีประโยชน์อีกมาก จากการศึกษาวิจัยพบว่า คนที่งดอาหารเช้า มีสิทธิ์เป็นโรคอ้วนได้มากกว่าคนที่กินอาหารเป็นประจำถึง 4.5 เท่า ขณะที่ผู้หญิงที่รับประทานอาหารเช้า ซึ่งมีปริมาณแคลอรีมากกว่ามื้ออื่นๆ จะสามารถควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่า ส่วนเด็กที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำจะมีทักษะความจำ และมีสมาธิในการเรียนรู้ที่ดีกว่า นอกจากนี้ การ “ลด” แต่ไม่ “งด” มื้อเย็น และการลดปริมาณการรับประทานน้ำตาลในแต่ละวัน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้การกินมีสุขภาพที่ดี ต่อมาเป็นเรื่องของการ “ดื่ม” ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เพราะร่างกายของมนุษย์เรานั้นประกอบด้วยน้ำถึง 70% โดยทุกเซลล์มีน้ำเป็นองค์ประกอบ ฉะนั้นการดื่มน้ำที่น้อยเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหรือโรคภัยไข้เจ็บได้ เทคนิคง่ายๆ สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ คือวางน้ำเปล่าไว้ข้างกาย เพื่อให้จิบดื่มได้ตลอดทั้งวัน โดยปริมาณการดื่มน้ำที่เหมาะสม เฉลี่ยคือ 2 ลิตรต่อวัน ถัดมาเป็นเทคนิคการสร้างสุขภาพดีด้วยการ “ขยับ” คือ การออกกำลังกายแบบง่ายๆ เช่น ขยับแขน ขยับขา เดินหลังมื้ออาหาร เพราะผลวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นพบว่า หากกินอิ่มแล้วเดินทันที 30 นาที จะช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงไป รวมถึงป้องกันการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันได้ดีกว่าด้วย สุดท้ายคือการ “ปรับอารมณ์” คือ หาวิธีผ่อนคลาย ลดความเครียด เช่น พักสายตา 5-10 นาทีในระหว่างการทำงาน หากลองปรับสิ่งเล็กๆเหล่านี้จนเคยชิน ก็จะสามารถนำไปสู่สุขภาพที่ดีในระยะยาวได้“

สุขภาพที่ดีเราสามารถสร้างได้

การมีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บคงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนปรารถนา แต่ถ้าเราอยากมีสุขภาพที่แข็งแรงเราจำเป็นที่จะต้องรู้จักวิธีการดูแลร่างกายของเราในการใช้ชีวิตประจำวันกันด้วย และสำหรับเคล็ดลับการดูแลสุขภาพให้ดีนั้นเราสามารถปฏิบัติได้ตามวิธีต่างๆ ดังนี้ค่ะ

ทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ

อาหารที่รับประทานควรให้ครบหลักโภชนาการ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารอย่างพอเพียง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอาหารในมื้อเช้าซึ่งถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดในแต่ละวัน การรับประทานอาหารมื้อเช้ายังช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคได้อีกด้วย โดยเฉพาะความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน นอกจากนี้เราควรเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักและผลไม้ และให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของหมักดอง ของทอด และของมัน เพื่อให้ร่างกายไม่เกิดการสะสมไขมันและมีสารตกค้าง นอกจากนี้ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณเกิดเป็นโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพร่างกายกันอีกด้วย

ดื่มน้ำสะอาด

ควรดื่มน้ำเป็นประจำโดยจิบตลอดทั้งวันให้ได้อย่างน้อยวันละ 7-8 แก้ว เพราะน้ำมีส่วนในการช่วยให้ร่างกายสามารถเผาพลาญได้ดีขึ้น และทำให้เลือดไหลเวียนดี น้ำยังมีส่วนในการช่วยบำรุงผิวพรรณของเราไม่ให้แห้งหยาบกร้านอีกด้วย

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โดยเลือกออกกำลังให้สมวัยและไม่ออกกำลังกายให้หักโหมจนเกินไป การออกกำลังกายจะมีส่วนช่วยให้ร่างกายสามารถเผาพลาญพลังงานต่างๆ ได้ดีขึ้น ช่วยกระชับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และช่วยให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น สำหรับการออกกำลังกายคุณควรเลือกออกกำลังกายแบบง่ายๆ เช่น การวิ่ง การเดิน ว่ายน้ำ เล่นโยคะ กิจกรรมเข้าจังหวะ ขี่จักรยาน เป็นต้น และควรออกกำลังกายในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ในสวนย่อม สนามกีฬา หรือสวนสาธารณะ เป็นต้น

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง การนอนจะทำให้ร่างกายสามารถเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างเต็มที่ และเวลาที่เรานอนร่างกายของเรายังสามารถเผาพลาญพลังงานต่างๆ ได้ดีขึ้นด้วย ใครที่เข้านอนไวมักจะไม่อ้วน นอกจากนี้แล้วถ้าเรานอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอยังมีส่วนช่วยให้เรามีผิวพรรณที่สดใส และช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีความจำดี คิดอ่านได้ฉับไว

ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

เพราะโรคต่างๆ สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าเราพบกันตั้งแต่เนิ่นๆ ปัจจุบันจึงได้มีการรณรงค์ให้ผู้คนทั่วไปโดยเฉพาะหนุ่มสาวในวัยทำงาน และผู้สูงอายุควรตรวจสุขภาพร่างกายกันเป็นประจำ

ไม่ซื้อยารับประทานเอง

ถ้ารู้สึกตัวว่าไม่สบาย ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรคและหาแนวทางในการรักษา อย่าพยายามซื้อยารับประทานเอง เพราะโรคต่างๆ บางครั้งจะมีอาการคล้ายคลึงกัน เราอาจจะแยกไม่ออกว่าอาการที่เราเป็นอยู่นั้นเป็นโรคเกี่ยวกับอะไรกันแน่ คุณหมอจะเป็นผู้ที่วินิจฉัยและให้คำตอบได้ดีที่สุด

รักษาความสะอาดอยู่เสมอ

ควรอาบน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และก่อนรับประทานอาหารหรือหยิบจับอาหารเข้าปากควรล้างมือให้สะอาด หรือทุกครั้งที่กลับถึงบ้านหรือที่ทำงานควรล้างมือก่อนทุกครั้ง

ใครที่อยากมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงอย่าลืมปฏิบัติตัวตามคำแนะนำต่างๆ เหล่านี้กันดูนะคะ การไม่มีโรคถือเป็นลาภอันประเสริฐ แต่ถ้าคุณสามารถปฏิบัติตัวตามคำแนะนำข้างต้น ก็รับรองได้เลยว่าคุณจะมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงและห่างไกลจากโรคต่างๆ อย่างแน่นอน

การออกกำลังกายและเล่นฟิตเนส

สำหรับคุณผู้หญิงหลากหลายท่าน ที่หันไปชื่นชอบการออกกำลังกายและเล่นฟิตเนสในช่วงนี้ อาจจะต้องทำความเข้าใจและอาศัยการปรับตัวเป็นหลัก เพราะระยะเวลาจะสอนให้คุณได้เสริมสร้างลักษณะนิสัยในการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ โดยที่ตัวคุณเองไม่จำเป็นจะต้องฝืนหรือคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณจะต้องเลือกทำ เพราะเมื่อคุณเกิดความเคยชิน และสามารถเข้ากับการออกกำลังกายและเล่นฟิตเนสเป็นชีวิตจิตใจ คุณจะหลงรักและเลือกที่จะออกกำลังกายและเล่นฟิตเนสด้วยใจทั้งหมดที่คุณมี

แต่บางครั้งผู้หญิงเราอาจจะเข้าใจผิดว่า การออกกำลังกายด้วยการเล่นฟิตเนส คือการไปเสริมสร้างกระบวนการต่าง ๆ ทางด้านร่างกายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การลุกนั่ง หรือ การเล่นกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้ว ขึ้นชื่อว่าเป็นกระบวนการการออกกำลังกาย ด้วยการเล่นฟิตเนส ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชาย ก็มักจะต้องเข้าไปเล่นเวทเป็นหลัก ๆ ซึ่งเครื่องมืออุปกรณ์กีฬาอย่างเวท จะทำหน้าที่ดูแลรักษาสุขภาพของคุณทั้งหมดในกระบวนการออกกำลังกาย และการเล่นฟิตเนสตามสไตล์ของคุณเอง เพราะเวทเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ที่หันหน้ามาออกกำลังกาย ต้องปลาบปลื้มใจกับการเข้ามาทำความรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดนี้

เพียงแค่คุณทุ่มเทใจ และศึกษาท่าเล่นเวทในแต่ละท่าที่เหมาะสมกับตัวคุณ พร้อมทั้งปฏิบัติตนเองให้มีระเบียบวินัย กับการออกกำลังกายและฟิตเนสด้วยอุปกรณ์อย่างเวทอยู่เป็นประจำ คุณก็จะสามารถค้นพบผลลัพธ์ดี ๆ เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วนั่นเอง

การนอนหลับอย่างเพียงพอถือเป็นสิ่งสำคัญของชีวิตและสุขภาพของเรา

 

ส5

เพราะการพักผ่อนที่ชาร์จพลังชีวิตได้ดีที่สุดคือ การนอนแต่เชื่อหรือไม่ว่าแม้คุณจะนอนได้ในระยะเวลา 8 ชั่วโมงตามที่แพทย์หรือนักดูแลสุขภาพทั้งหลายต่างออกมาแนะนำว่าดีที่สุด แต่มันอาจไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพเฉกเช่นคนอื่นๆ ก็เป็นได้ หากคุณนอนผิดวิธี อาทิเช่น คนที่นอนตั้งแต่ 22.00-06.00 น. กับคนที่นอนตั้งแต่ 01.00-09.00 น. จะมีความกระฉับกระเฉงแตกต่างกัน อีกทั้งยังส่งผลต่อระบบการทำงานภายในที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย นอกจากนี้เตียง ท่านอน ชุดนอน และแสงไฟต่างๆ ก็ยังส่งผลต่อการนอนว่าคุณจะตื่นมาพร้อมสุขภาพที่ดีหรือแย่ได้อีกด้วย

การนอนหลับอย่างเพียงพอถือเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต เพราะมีประโยชน์หลายประการ อาทิ ทำให้สุขภาพดี ไม่เป็นโรคร้ายแรงต่างๆ อย่างโรคหัวใจ ความดันต่ำ โรคเบาหวาน ซึ่งล้วนเกิดจากการนอนไม่หลับต่อเนื่องเป็นเวลานานทั้งสิ้น การนอนหลับอย่างเพียงพอยังช่วยให้ฉลาดและความจำดีขึ้น เพราะการนอนหลับอย่างเต็มที่จะช่วยทำให้ไม่ลืม สิ่งต่างๆ ที่กักเก็บข้อมูลมาทั้งวัน ทำให้สามารถทำสิ่งเหล่านั้นในวันต่อไปได้อย่างถูกต้องแม่นยำ แถมยังช่วยให้เข้าใจและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย และการนอนหลับอย่างเพียงพอยังทำให้มีรูปร่างที่ดีได้ เนื่องจากการนอนจะช่วยให้ระบบการเผาพลาญสามารถทำงานได้ดีนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า หากเราสามารถนอนหลับได้อย่างเพียงพอแล้ว ย่อมทำให้เรามีสุขภาพดีทั้งภายนอกและภายใน ขั้นแรก เริ่มจากเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการนอนใหม่ ควรให้สำคัญกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น คิดว่าเป็นการชาร์จพลังงานร่างกายให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าในวันถัดไป และหากใครคิดว่าการนอนดึกตื่นสายเป็นการนอนที่ถูกต้อง เพราะใช้เวลานอนเท่ากับนอนเร็วตื่นเช้า ความจริงแล้วเป็นสิ่งที่ผิด เพราะการนอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้าจะทำให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าในการทำงานได้ดีกว่าเข้านอนให้เป็นเวลา ซึ่งช่วงเวลานอนที่เหมาะสมที่สุด ไม่เว้นวันหยุด คือ 22.00-06.00 น. เพราะร่างกายจะพักผ่อนได้เต็มที่จากการหลับลึกในช่วงครึ่งแรกของการนอน การเข้านอนเป็นเวลาจะช่วยสร้างความเคยชินให้กับร่างกาย ทำให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นประจำ

หลายหลากวิธีที่ช่วยให้ลูกของมีสุขภาพดีด้วยตัวคุณแม่เอง

ลูกของคุณมักจะมีเพื่อนหนึ่งหรือสองคนที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด อาการสูดจมูกบ่อย ๆ อาการไอ หรือเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจมาจากพวกเขาและทำให้คุณต้องตัวงอทุกครั้งที่ลูกของคุณเล่นกับเพื่อน ๆ ของเขา หรือลูกของคุณเองอาจเป็นสาเหตุที่พ่อแม่ของเด็กคนอื่นอาจไม่อยากให้ลูกของพวกเขาเข้าใกล้ เนื่องจากลูกของคุณป่วยอยู่ตลอดเวลานั่นเอง แล้วอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกของคุณมีความไวต่อการป่วยอยู่ตลอดเวลา

ช่วยให้ลูกคุณมี สุขภาพดี สิ่งที่ควบคุมสุขภาพของลูกคุณนั้นมาจากวิถีการใช้ชีวิตของเขาในแต่ละวัน ไม่วาจะเป็น

- การพักผ่อนที่เพียงพอ: เด็กวัยหัดเดินและวัยก่อนเข้าโรงเรียนนั้นจำเป็นต้องนอนประมาณวันละ 10-12 ชั่วโมง (รวมทั้งการนอนกลางวันด้วย) เด็กในวัยประถมศึกษานั้นต้องนอนประมาณ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน และเวลานอนของพวกเขาควรสอดคล้องกันในแต่ละคืนด้วย
- อาหาร: เด็ก ๆ ต้องการอาหารที่มีคุณค่าของโปรตีนสูง (เพื่อการสร้างร่างกาย) นอกจากนี้พวกเขายังต้องการผักผลไม้สด คาร์โบไฮเดรต ธัญพืช และไขมันที่ดีจากนมหรือถั่ว นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพรากขนมขบเคี้ยวหรือลูกอมไปจากลูกของคุณโดยสิ้นเชิง ของเหล่านี้อาจได้รับการยกเว้นให้รับประทานได้ในบางครั้งคราว
- ออกจากบ้านบ้าง: นั่นหมายความว่าอย่าให้ลูกของคุณใช้เวลาในการเล่นคอมพิวเตอร์ ดูโทรทัศน์ หรือขลุกอยู่ในห้องนานเกินไป ควรบอกให้ลูกออกไปข้างนอกเพื่อรับอากาศที่สดชื่นหรือแสงแดดบ้าง คุณควรหาอุปกรณ์ที่สนับสนุนการทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น ลูกบอล จักรยาน ชิงช้า เชือกกระโดด และอุปกรณ์กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ แสงแดดอ่อน ๆ จะช่วยในการสังเคราะห์วิตามินดี และการได้รับอากาศที่สดชื่นพร้อมทั้งการได้ออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
- ให้เขาเลอะบ้าง: คุณไม่ควรวิตกมากเกินไปหากลูกของคุณจะเลอะเทอะบ้าง อย่าวิ่งตามเพื่อล้างทำความสะอาดเขาในทุกครั้งที่เขาออกไปเล่นข้างนอก การเลี้ยงลูกไม่ให้โดนสิ่งสกปรกเลยเหมือนกับเป็นการให้เขาทานยาปฏิชีวนะตลอดเวลา ร่างกายของเราถูกออกแบบมาให้สู้กับจุลชีพ ยังไม่เคยเห็นด็กเสียชีวิตจากการกินดินเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเอามือจับหน้าตัวเองหลังจากเล่นกับสุนัข หรือแม้กระทั่งการเข้าไปเล่นในบ้านของสุนัขเลย