สุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับทุกชีวิต

การที่บุคคลจะดำรงชีวิตได้อย่างสมบูรณ์พูนสุขนั้นองค์ประกอบหนึ่งก็คือ การรู้จักสร้างเสริมสุขภาพของตนเองด้วยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี รู้จักป้องกันโรค รับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการรู้จักเลือกอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นที่ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ การรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิต วิธีการจัดการกับอารมณ์และความเครียด รวมทั้งรู้จักสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายด้วยการออกกำลังกาย เล่นกีฬา นันทนาการ การพักผ่อน ทั้งนี้เพื่อการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี สุขภากาย หมายถึง สภาวะของร่างกายที่มีความสมบูรณ์ แข็งแรง เจริญเติบโตอย่างปกติ ระบบต่างๆ ของร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติและมีประสิทธิภาพ ร่างกายมีความต้านทานโรคได้ดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและความทุพพลภาพ สุขภาพจิต หมายถึง สภาวะของจิตใจที่มีความสดชื่น แจ่มใส สมารถควบคุมอารมณ์ให้มั่นคงเป็นปกติสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้ดี สามารถเผชิญกับปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดีและปราศจากความขัดแย้งหรือความสับสนภายในจิตใจ

สุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับทุกชีวิตการที่จะดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติก็คือ การทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ จิตใจมีความสุข ความพอใจ ความสมหวังทั้งตนเองและผู้อื่น ผู้ที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีจะปฏิบัติหน้าที่ประจำวันไม่ว่าเป็นการ เรียนหรือ การทำงานเป็นไปด้วยดี มีประสิทธิภาพการที่เรารู้สึกว่า ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเรามีความปกติและสมบูรณ์ดี เราก็จะมีความสุขในทางตรงข้ามถ้าสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์ เราก็จะมีความทุกข์รู้จักบำรุงรักษาและส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็น สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตของทุกคนในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่า การรู้จักดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้ชีวิต อบยู่ได้ด้วยความสุขสมบูรณ์และมีคุณภาพที่ดี

การที่จะบอกได้ว่าบุคคลใดมีสุขภาพจิตดีหรือไม่นั้นต้องสนิทหรือรู้จักกับบุคคลนั้นพอสมควร ถ้ารู้กันเพียงผิวเผินคงบอกได้ยาก ลักษณะของผู้ที่มีสุขภาพจิตที่ดี มีดังนี้ ไม่เป็นโรคจิต  โรคประสาท สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้มีสัมพันธ์ภาพที่ดีกับบุคคลอื่นๆมีชีวิตมั่นคง ไม่จัดแย้ง เมื่อที่ใดก็มีความสุข ความสบายใจ ยอมรับความเป็นจริงเกี่ยวกับตนเอง เข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคลยอมรับข้อบกพร่องของตนเอง ให้อภัยข้อบกพร่องข้อคนอื่น มีความรับผิดชอบมีความพึงพอใจกับงานและผลงานของตนเอง พอใจที่จะเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ แก้ไขความไม่สบายใจ ความคับข้องใจและความเครียดของตนเองได้รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่หวาดระแวงผู้อื่นเกินควร มีอารมณ์มั่นคง เป็นคนอารมณ์ดี มีอารมณ์ขันบ้าง มีความเชื่อมั่นในตนเองสามารถควบคุมความต้องการของตนเองในความเป็นแนวทางที่สังคมยอมรับ แสดงออกด้วยความรู้สึกสบายๆอยู่ในโลกความเป็นจริง สามารถเผชิญกับความจริงได้

สัญญาณอะไรที่บอกว่าร่างกายของคุณยังดื่มน้ำไม่เพียงพอ

ถึงจะดื่มน้ำเป็นจำนวนมากแล้ว อย่างที่ใครๆบอกว่า 6-8 แก้ว แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไรคะว่าร่างกายของคุณได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้วแน่ๆ? บางวันคุณก็ดื่มกาแฟ ดื่มน้ำอื่นๆ แต่รู้มั้ยว่าบางทีมันยังไม่เพียงพอกับร่างกายคุณหรอกนะ มาดูกันว่ามีสัญญาณอะไรที่บอกว่าร่างกายของคุณยังดื่มน้ำไม่เพียงพอ

1.ปากแห้ง

ชัดเจน ถ้าคุณรู้สึกว่าปากของคุณแห้งผาก มีน้ำเหนียวหนืดอบู่ในปากล่ะก็ แปลว่าคุณต้องการน้ำแล้วล่ะค่ะ การดื่มน้ำหวานๆหรือซ่าๆ จะทำให้คุณหายกระหายได้เพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น แต่หากคุณดื่มน้ำจะช่วยละลายเมือกหรือเสมหะในคอของคุณได้ ทำให้ปากของคุณที่ความชุ่มชื้นทั้งภายนอกภายใน

2.ผิวแห้ง

ผิวหนังคือส่วนที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย จึงจำเป็นที่จะต้องมีน้ำมาหล่อเลี้ยงผิวเสมอ ถ้าผิวหนังของคุณแห้ง จะทำให้เหงื่อที่ออกมานั้นน้อยลง อันเป็นผลให้การขับของเสียหรือน้ำมันในร่างกายออกมาได้ยาก ถ้าอยากมีผิวสวยใสสะอาด อย่าลืม “ดื่มน้ำ” ให้มากขึ้น

3.ตาแห้ง

นอกจากปากและคอแล้ว น้ำน้อยก็ส่งผลกับตาคุณเหมือนกันนะ เพราะการดื่มน้ำน้อยจะทำให้เส้นเลือดฝอยในตาของคุณแตกได้เลยนะ นอกจากนั้นน้ำที่หล่อเลี้ยงตาของคุณก็น้อยลงด้วย เผลอๆอาจมีร้องไห้ไม่ออกเลยก็ว่าได้ และยิ่งสาวๆที่ใส่คอนแทคเลนส์ ต้องดื่มน้ำให้มากกว่าคนปกติด้วยนะจ๊ะ เพื่อสุขภาพตาที่ดี

4.มีอาการเจ็บปวดข้อกระดูกมากขึ้น

กระดูกอ่อนและกระดูกสันหลังของเราเนี่ย มีส่วนประกอบของน้ำถึง 80% เลยนะ น้ำที่คุณดื่มเข้าไปนั้นจึงส่งผลกับน้ำหล่อลื่นในข้อและกระดูกอย่างมาก เมื่อกระโดด วิ่ง หรือ ล้ม อาการเจ็บปวดในข้อหรือกระดูกก็น้อยลงเนื่องจากมีน้ำคอยหล่อเลี้ยงนั่นเอง

5.มวลกล้ามเนื้อลดลง

กล้ามเนื้อของมนุษย์ก็ประกอบไปด้วยน้ำเช่นกัน ดังนั้นดื่มน้ำก่อนออกกำลังกายหรือหลังออกกำลังกาย นอกจากจะรักษาความชุ่มชื้นของร่างกายแล้วยังทำให้น้ำนั้นไปอยู่ในส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างถูกต้อง และลดอาการเจ็บปวดจากการออกกำลังได้อีกด้วยนะ

6.ป่วยนานขึ้น

อาหารสมัยนี้ ใส่สิ่งแปลกปลอมหรือของไม่สะอาดมากมาย ถ้าคุณดื่มน้ำเยอะๆ สิ่งสกปรกก็จะออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น เรียกได้ว่าถ้าคุณป่วย พิษต่างๆก็จะออกจากร่างกายได้เร็วมาก อาการเจ็บป่วยก็น้อยลงไปด้วยนะจ๊ะ

7.ล้า เมื่อย เฉื่อยชาเป็นประจำ

เมื่อน้ำที่เราได้รับในแต่ละวันไม่เพียงพอ เลือดในร่างกายก็จะเดินทางไม่สะดวก เพราะขาดออกซิเจนเข้ามานั่นเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณมีอาการง่วงหงาวหาวนอน ไม่รู้สึกกระฉับกระเฉง

8.หิวบ่อย

อาการหิวที่เกิดขึ้นระหว่างวันหรือในช่วงกลางคืนบางครั้งก็อาจเกิดจากการ ดื่มไม่เพียงพอได้ด้วยนะจ๊ะ

9.ขับถ่ายไม่เป็นเวลา

น้ำยังส่งผลกับระบบขับถ่ายด้วยนะ แน่นอนล่ะว่าถ้าไม่มีน้ำ ระบบของเสียก็ต้องติดขัดแน่นอน หรือไม่ก็อาจจะเกิดอาการท้องผูกได้ ถ้าสังเกตว่าตัวเองเป็นแบบนี้บ่อย ต้องรีบดื่มน้ำให้มากกว่าเดิมนะ

10.ปัสสาวะน้อย / สีเข้ม

เชื่อหรือไม่ ถ้าคุณไม่ได้เข้าห้องน้ำ 4-7 ครั้ง / วัน อาจหมายถึง คุณยังดื่มน้ำไม่พอนะ และอย่าลืมสังเกตสีของปัสสาวะด้วยล่ะ หากเป็นสีเหลืองอ่อน หรือ ใสๆ ถือว่าผ่าน แต่ถ้าเหลืองเข้มปี๊ด ร่างกายกำลังบอกคุณค่ะว่า กินน้ำเยอะๆๅกว่านี้นะ

เทคนิคสุขภาพดี “กิน-ดื่ม-ขยับ-ปรับอารมณ์”

คนเราจะมีสุขภาพที่ดีได้ มีปัจจัยสำคัญง่ายๆอยู่เพียง 5 อย่าง ที่ประกอบเป็นฐานราก คือ “กิน-นอน-ทำงาน-พักผ่อน-ออกกำลังกาย” แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบของผู้คนในปัจจุบัน ทำให้หลายคนมองข้ามและไม่เห็นความสำคัญของสุขภาพร่างกาย จึงปล่อยปละละเลยจนเกิดอาการเจ็บป่วยตามมา”

“ดูแลตัวเองด้วยคำเล็กๆ” ด้วยเทคนิค “กิน-ดื่ม-ขยับ-ปรับอารมณ์” เพื่อให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองและครอบครัวได้ง่ายๆ ทุกวัน แต่กลับได้ผลดีอย่างคาดไม่ถึง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง และทำอย่างต่อเนื่องจนเกิดการเปลี่ยนแปลงสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว

การดูแลตัวเองด้วยคำเล็กๆ กับเทคนิคสุขภาพ “กิน-ดื่ม-ขยับ-ปรับอารมณ์” สามารถเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาวได้ หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการ “กิน” โดยการปรับเมนูอาหารในแต่ละมื้อให้มีประโยชน์เพิ่มขึ้นทุกคำ เริ่มจากการกินอาหารเช้าให้มีปริมาณมากกว่ามื้ออื่น เพราะอาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดในแต่ละวัน เป็นพลังงานสำคัญต่อการทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย อีกทั้งการกินอาหารเช้ายังมีประโยชน์อีกมาก จากการศึกษาวิจัยพบว่า คนที่งดอาหารเช้า มีสิทธิ์เป็นโรคอ้วนได้มากกว่าคนที่กินอาหารเป็นประจำถึง 4.5 เท่า ขณะที่ผู้หญิงที่รับประทานอาหารเช้า ซึ่งมีปริมาณแคลอรีมากกว่ามื้ออื่นๆ จะสามารถควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่า ส่วนเด็กที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำจะมีทักษะความจำ และมีสมาธิในการเรียนรู้ที่ดีกว่า นอกจากนี้ การ “ลด” แต่ไม่ “งด” มื้อเย็น และการลดปริมาณการรับประทานน้ำตาลในแต่ละวัน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้การกินมีสุขภาพที่ดี ต่อมาเป็นเรื่องของการ “ดื่ม” ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เพราะร่างกายของมนุษย์เรานั้นประกอบด้วยน้ำถึง 70% โดยทุกเซลล์มีน้ำเป็นองค์ประกอบ ฉะนั้นการดื่มน้ำที่น้อยเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหรือโรคภัยไข้เจ็บได้ เทคนิคง่ายๆ สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ คือวางน้ำเปล่าไว้ข้างกาย เพื่อให้จิบดื่มได้ตลอดทั้งวัน โดยปริมาณการดื่มน้ำที่เหมาะสม เฉลี่ยคือ 2 ลิตรต่อวัน ถัดมาเป็นเทคนิคการสร้างสุขภาพดีด้วยการ “ขยับ” คือ การออกกำลังกายแบบง่ายๆ เช่น ขยับแขน ขยับขา เดินหลังมื้ออาหาร เพราะผลวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นพบว่า หากกินอิ่มแล้วเดินทันที 30 นาที จะช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงไป รวมถึงป้องกันการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันได้ดีกว่าด้วย สุดท้ายคือการ “ปรับอารมณ์” คือ หาวิธีผ่อนคลาย ลดความเครียด เช่น พักสายตา 5-10 นาทีในระหว่างการทำงาน หากลองปรับสิ่งเล็กๆเหล่านี้จนเคยชิน ก็จะสามารถนำไปสู่สุขภาพที่ดีในระยะยาวได้“

สุขภาพที่ดีเราสามารถสร้างได้

การมีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บคงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนปรารถนา แต่ถ้าเราอยากมีสุขภาพที่แข็งแรงเราจำเป็นที่จะต้องรู้จักวิธีการดูแลร่างกายของเราในการใช้ชีวิตประจำวันกันด้วย และสำหรับเคล็ดลับการดูแลสุขภาพให้ดีนั้นเราสามารถปฏิบัติได้ตามวิธีต่างๆ ดังนี้ค่ะ

ทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ

อาหารที่รับประทานควรให้ครบหลักโภชนาการ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารอย่างพอเพียง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอาหารในมื้อเช้าซึ่งถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดในแต่ละวัน การรับประทานอาหารมื้อเช้ายังช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคได้อีกด้วย โดยเฉพาะความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน นอกจากนี้เราควรเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักและผลไม้ และให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของหมักดอง ของทอด และของมัน เพื่อให้ร่างกายไม่เกิดการสะสมไขมันและมีสารตกค้าง นอกจากนี้ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณเกิดเป็นโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพร่างกายกันอีกด้วย

ดื่มน้ำสะอาด

ควรดื่มน้ำเป็นประจำโดยจิบตลอดทั้งวันให้ได้อย่างน้อยวันละ 7-8 แก้ว เพราะน้ำมีส่วนในการช่วยให้ร่างกายสามารถเผาพลาญได้ดีขึ้น และทำให้เลือดไหลเวียนดี น้ำยังมีส่วนในการช่วยบำรุงผิวพรรณของเราไม่ให้แห้งหยาบกร้านอีกด้วย

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โดยเลือกออกกำลังให้สมวัยและไม่ออกกำลังกายให้หักโหมจนเกินไป การออกกำลังกายจะมีส่วนช่วยให้ร่างกายสามารถเผาพลาญพลังงานต่างๆ ได้ดีขึ้น ช่วยกระชับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และช่วยให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น สำหรับการออกกำลังกายคุณควรเลือกออกกำลังกายแบบง่ายๆ เช่น การวิ่ง การเดิน ว่ายน้ำ เล่นโยคะ กิจกรรมเข้าจังหวะ ขี่จักรยาน เป็นต้น และควรออกกำลังกายในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ในสวนย่อม สนามกีฬา หรือสวนสาธารณะ เป็นต้น

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง การนอนจะทำให้ร่างกายสามารถเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างเต็มที่ และเวลาที่เรานอนร่างกายของเรายังสามารถเผาพลาญพลังงานต่างๆ ได้ดีขึ้นด้วย ใครที่เข้านอนไวมักจะไม่อ้วน นอกจากนี้แล้วถ้าเรานอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอยังมีส่วนช่วยให้เรามีผิวพรรณที่สดใส และช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีความจำดี คิดอ่านได้ฉับไว

ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

เพราะโรคต่างๆ สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าเราพบกันตั้งแต่เนิ่นๆ ปัจจุบันจึงได้มีการรณรงค์ให้ผู้คนทั่วไปโดยเฉพาะหนุ่มสาวในวัยทำงาน และผู้สูงอายุควรตรวจสุขภาพร่างกายกันเป็นประจำ

ไม่ซื้อยารับประทานเอง

ถ้ารู้สึกตัวว่าไม่สบาย ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรคและหาแนวทางในการรักษา อย่าพยายามซื้อยารับประทานเอง เพราะโรคต่างๆ บางครั้งจะมีอาการคล้ายคลึงกัน เราอาจจะแยกไม่ออกว่าอาการที่เราเป็นอยู่นั้นเป็นโรคเกี่ยวกับอะไรกันแน่ คุณหมอจะเป็นผู้ที่วินิจฉัยและให้คำตอบได้ดีที่สุด

รักษาความสะอาดอยู่เสมอ

ควรอาบน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และก่อนรับประทานอาหารหรือหยิบจับอาหารเข้าปากควรล้างมือให้สะอาด หรือทุกครั้งที่กลับถึงบ้านหรือที่ทำงานควรล้างมือก่อนทุกครั้ง

ใครที่อยากมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงอย่าลืมปฏิบัติตัวตามคำแนะนำต่างๆ เหล่านี้กันดูนะคะ การไม่มีโรคถือเป็นลาภอันประเสริฐ แต่ถ้าคุณสามารถปฏิบัติตัวตามคำแนะนำข้างต้น ก็รับรองได้เลยว่าคุณจะมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงและห่างไกลจากโรคต่างๆ อย่างแน่นอน

การออกกำลังกายและเล่นฟิตเนส

สำหรับคุณผู้หญิงหลากหลายท่าน ที่หันไปชื่นชอบการออกกำลังกายและเล่นฟิตเนสในช่วงนี้ อาจจะต้องทำความเข้าใจและอาศัยการปรับตัวเป็นหลัก เพราะระยะเวลาจะสอนให้คุณได้เสริมสร้างลักษณะนิสัยในการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ โดยที่ตัวคุณเองไม่จำเป็นจะต้องฝืนหรือคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณจะต้องเลือกทำ เพราะเมื่อคุณเกิดความเคยชิน และสามารถเข้ากับการออกกำลังกายและเล่นฟิตเนสเป็นชีวิตจิตใจ คุณจะหลงรักและเลือกที่จะออกกำลังกายและเล่นฟิตเนสด้วยใจทั้งหมดที่คุณมี

แต่บางครั้งผู้หญิงเราอาจจะเข้าใจผิดว่า การออกกำลังกายด้วยการเล่นฟิตเนส คือการไปเสริมสร้างกระบวนการต่าง ๆ ทางด้านร่างกายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การลุกนั่ง หรือ การเล่นกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้ว ขึ้นชื่อว่าเป็นกระบวนการการออกกำลังกาย ด้วยการเล่นฟิตเนส ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชาย ก็มักจะต้องเข้าไปเล่นเวทเป็นหลัก ๆ ซึ่งเครื่องมืออุปกรณ์กีฬาอย่างเวท จะทำหน้าที่ดูแลรักษาสุขภาพของคุณทั้งหมดในกระบวนการออกกำลังกาย และการเล่นฟิตเนสตามสไตล์ของคุณเอง เพราะเวทเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ที่หันหน้ามาออกกำลังกาย ต้องปลาบปลื้มใจกับการเข้ามาทำความรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดนี้

เพียงแค่คุณทุ่มเทใจ และศึกษาท่าเล่นเวทในแต่ละท่าที่เหมาะสมกับตัวคุณ พร้อมทั้งปฏิบัติตนเองให้มีระเบียบวินัย กับการออกกำลังกายและฟิตเนสด้วยอุปกรณ์อย่างเวทอยู่เป็นประจำ คุณก็จะสามารถค้นพบผลลัพธ์ดี ๆ เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วนั่นเอง