การนอนหลับอย่างเพียงพอถือเป็นสิ่งสำคัญของชีวิตและสุขภาพของเรา

 

ส5

เพราะการพักผ่อนที่ชาร์จพลังชีวิตได้ดีที่สุดคือ การนอนแต่เชื่อหรือไม่ว่าแม้คุณจะนอนได้ในระยะเวลา 8 ชั่วโมงตามที่แพทย์หรือนักดูแลสุขภาพทั้งหลายต่างออกมาแนะนำว่าดีที่สุด แต่มันอาจไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพเฉกเช่นคนอื่นๆ ก็เป็นได้ หากคุณนอนผิดวิธี อาทิเช่น คนที่นอนตั้งแต่ 22.00-06.00 น. กับคนที่นอนตั้งแต่ 01.00-09.00 น. จะมีความกระฉับกระเฉงแตกต่างกัน อีกทั้งยังส่งผลต่อระบบการทำงานภายในที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย นอกจากนี้เตียง ท่านอน ชุดนอน และแสงไฟต่างๆ ก็ยังส่งผลต่อการนอนว่าคุณจะตื่นมาพร้อมสุขภาพที่ดีหรือแย่ได้อีกด้วย

การนอนหลับอย่างเพียงพอถือเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต เพราะมีประโยชน์หลายประการ อาทิ ทำให้สุขภาพดี ไม่เป็นโรคร้ายแรงต่างๆ อย่างโรคหัวใจ ความดันต่ำ โรคเบาหวาน ซึ่งล้วนเกิดจากการนอนไม่หลับต่อเนื่องเป็นเวลานานทั้งสิ้น การนอนหลับอย่างเพียงพอยังช่วยให้ฉลาดและความจำดีขึ้น เพราะการนอนหลับอย่างเต็มที่จะช่วยทำให้ไม่ลืม สิ่งต่างๆ ที่กักเก็บข้อมูลมาทั้งวัน ทำให้สามารถทำสิ่งเหล่านั้นในวันต่อไปได้อย่างถูกต้องแม่นยำ แถมยังช่วยให้เข้าใจและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย และการนอนหลับอย่างเพียงพอยังทำให้มีรูปร่างที่ดีได้ เนื่องจากการนอนจะช่วยให้ระบบการเผาพลาญสามารถทำงานได้ดีนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า หากเราสามารถนอนหลับได้อย่างเพียงพอแล้ว ย่อมทำให้เรามีสุขภาพดีทั้งภายนอกและภายใน ขั้นแรก เริ่มจากเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการนอนใหม่ ควรให้สำคัญกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น คิดว่าเป็นการชาร์จพลังงานร่างกายให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าในวันถัดไป และหากใครคิดว่าการนอนดึกตื่นสายเป็นการนอนที่ถูกต้อง เพราะใช้เวลานอนเท่ากับนอนเร็วตื่นเช้า ความจริงแล้วเป็นสิ่งที่ผิด เพราะการนอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้าจะทำให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าในการทำงานได้ดีกว่าเข้านอนให้เป็นเวลา ซึ่งช่วงเวลานอนที่เหมาะสมที่สุด ไม่เว้นวันหยุด คือ 22.00-06.00 น. เพราะร่างกายจะพักผ่อนได้เต็มที่จากการหลับลึกในช่วงครึ่งแรกของการนอน การเข้านอนเป็นเวลาจะช่วยสร้างความเคยชินให้กับร่างกาย ทำให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นประจำ

หลายหลากวิธีที่ช่วยให้ลูกของมีสุขภาพดีด้วยตัวคุณแม่เอง

ลูกของคุณมักจะมีเพื่อนหนึ่งหรือสองคนที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด อาการสูดจมูกบ่อย ๆ อาการไอ หรือเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจมาจากพวกเขาและทำให้คุณต้องตัวงอทุกครั้งที่ลูกของคุณเล่นกับเพื่อน ๆ ของเขา หรือลูกของคุณเองอาจเป็นสาเหตุที่พ่อแม่ของเด็กคนอื่นอาจไม่อยากให้ลูกของพวกเขาเข้าใกล้ เนื่องจากลูกของคุณป่วยอยู่ตลอดเวลานั่นเอง แล้วอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกของคุณมีความไวต่อการป่วยอยู่ตลอดเวลา

ช่วยให้ลูกคุณมี สุขภาพดี สิ่งที่ควบคุมสุขภาพของลูกคุณนั้นมาจากวิถีการใช้ชีวิตของเขาในแต่ละวัน ไม่วาจะเป็น

- การพักผ่อนที่เพียงพอ: เด็กวัยหัดเดินและวัยก่อนเข้าโรงเรียนนั้นจำเป็นต้องนอนประมาณวันละ 10-12 ชั่วโมง (รวมทั้งการนอนกลางวันด้วย) เด็กในวัยประถมศึกษานั้นต้องนอนประมาณ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน และเวลานอนของพวกเขาควรสอดคล้องกันในแต่ละคืนด้วย
- อาหาร: เด็ก ๆ ต้องการอาหารที่มีคุณค่าของโปรตีนสูง (เพื่อการสร้างร่างกาย) นอกจากนี้พวกเขายังต้องการผักผลไม้สด คาร์โบไฮเดรต ธัญพืช และไขมันที่ดีจากนมหรือถั่ว นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพรากขนมขบเคี้ยวหรือลูกอมไปจากลูกของคุณโดยสิ้นเชิง ของเหล่านี้อาจได้รับการยกเว้นให้รับประทานได้ในบางครั้งคราว
- ออกจากบ้านบ้าง: นั่นหมายความว่าอย่าให้ลูกของคุณใช้เวลาในการเล่นคอมพิวเตอร์ ดูโทรทัศน์ หรือขลุกอยู่ในห้องนานเกินไป ควรบอกให้ลูกออกไปข้างนอกเพื่อรับอากาศที่สดชื่นหรือแสงแดดบ้าง คุณควรหาอุปกรณ์ที่สนับสนุนการทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น ลูกบอล จักรยาน ชิงช้า เชือกกระโดด และอุปกรณ์กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ แสงแดดอ่อน ๆ จะช่วยในการสังเคราะห์วิตามินดี และการได้รับอากาศที่สดชื่นพร้อมทั้งการได้ออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
- ให้เขาเลอะบ้าง: คุณไม่ควรวิตกมากเกินไปหากลูกของคุณจะเลอะเทอะบ้าง อย่าวิ่งตามเพื่อล้างทำความสะอาดเขาในทุกครั้งที่เขาออกไปเล่นข้างนอก การเลี้ยงลูกไม่ให้โดนสิ่งสกปรกเลยเหมือนกับเป็นการให้เขาทานยาปฏิชีวนะตลอดเวลา ร่างกายของเราถูกออกแบบมาให้สู้กับจุลชีพ ยังไม่เคยเห็นด็กเสียชีวิตจากการกินดินเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเอามือจับหน้าตัวเองหลังจากเล่นกับสุนัข หรือแม้กระทั่งการเข้าไปเล่นในบ้านของสุนัขเลย

การมีสุขภาพที่ดีนั้นคุณเอง เป็นผู้กำหนดได้


ผู้ที่มีสุขภาพดี สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มความสามารถ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ควรจะดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ร่างกายเจริญเติบโตและมีพัฒนาการอย่างสมวัย

ความจริงที่ว่า ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ ยังเป็นคำพูดที่ไม่ล้าสมัย เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธว่าการมีสุขภาพดี มีค่ากว่าการได้ลาภเป็นเงินเป็นทองด้วยซ้ำไป เพราะแม้ว่าจะมีเงินมากองจนท่วมตัวก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีคืนมาได้ สุขภาพเป็นสิ่งที่ไม่มีใครนอกจากตัวเราเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนด เป็นสิ่งที่เราเลือกได้ แต่เราได้เลือกแล้วหรือยัง มองย้อนกลับไปดูว่า ที่ผ่านมา เราดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องหรือเปล่า เราสนใจเรื่องอาหารการกินมากน้อยแค่ไหน เรากินเพื่ออยู่ไปวัน ๆ หรือเรามีความสุขกับการกิน จนมากเกินไป ถ้าเป็นเช่นนั้น คงถึงเวลาแล้วที่เราต้องรีบปรับตัว และไม่ปล่อยปละละเลยกับการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะหากเป็นปัญหาขึ้นมาแล้ว อาจสายเกินแก้

เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพ เรื่องอาหารการกินดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนกว่าเรื่องอื่น ดังนั้น การจัดปรับ พฤติกรรมการกินให้ถูกต้อง ถูกหลักโภชนาการที่ดี กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ กินเป็นเวลา ที่สำคัญ คือ กินให้พอดีและ กินให้หลากหลาย ก็สามารถลดความเสี่ยง ต่อการเจ็บป่วย ไปได้มากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ในการทำความเข้าใจเรื่องการกิน อาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีและห่างไกลโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากการกินได้ ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองสำรวจตัวเองว่ามีพฤติกรรมการกิน อาหาร เพื่อสุขภาพมากน้อยแค่ไหน จากโภชนบัญญัติ 9 ข้อต่อไปนี้
1.  กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย ไม่ซ้ำซาก เพื่อความเพียงพอของสารอาหารและไม่สะสมสารพิษ ในร่างกาย และหมั่นดูแล น้ำหนักตัว
2. กินข้าวเป็นอาหารหลักสลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ และเพื่อคุณค่าที่มากกว่าขอแนะ
3. กินพืชผักให้มากและกินผลไม้เป็นประจำ เพื่อให้ได้วิตามิน ใยอาหารและสารป้องกันอนุมูลอิสระ
4.  กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ คนทั่วไปที่สุขภาพดีไม่มีปัญหาคอเลสเตอรอลสูงกินไข่ได้วันละ 1 ฟอง ผู้สูงอายุกินไข่ได้วันเว้นวัน ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลืองเป็นอาหารเพื่อสุขภาพควรกินเป็นประจำ
5.  ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย นมที่ไขมันต่ำหรือนมถั่วเหลือง จะให้ประโยชน์มากทำให้ไม่มีไขมันสะสม
6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร ลดการกินอาหารผัดและทอด ปรุงอาหารด้วยวิธีต้ม นึ่ง อบ แทน
7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัดและเค็มจัด เพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
8 . กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน เลือกซื้ออาหารปรุงสุกใหม่ ๆ ล้างผักให้สะอาดก่อนปรุง
9. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะบั่นทอนสุขภาพและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ